Mainboard

Archive for September 2012

ไอบีเอ็ม เน้นนำประเทศไทยก้าวสู่โลกใหม่ นำองค์ความรู้ ความก้าวหน้าเทคโนโลยีในอนาคต มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพของทุกธุรกิจอุตสาหกรรมในไทย มุ่งสร้างธุรกิจ สร้างคน สร้างเมือง คู๋ไปกับการทำธุรกิจอัจฉริยะ พร้อมขยายตลาดเพิ่มสาขา ตจว.ทั่วไทย และประเทศลาว…  นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในปี 2555 นี้ ไอบีเอ็มได้ตั้งเป้าหมายสำคัญไว้ 3 เรื่อง นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจ คือ การสร้างธุรกิจ สร้างคน และสร้างเมือง เพื่อนำประเทศไทยก้าวสู่โลกยุคใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจการลงทุนของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้ฐานการผลิตและการลงทุนต่างก็พุ่งเป้ามาที่ประเทศในกลุ่มที่ตลาดกำลังเติบโต (Growth Market) รวมทั้งอาเซียนและประเทศไทย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความพร้อมเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ๆ เป็นแหล่งผลิตสินค้าและแรงงานที่มีคุณภาพ ด้วยการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ สร้างมูลค่าทางธุรกิจ และทรัพยากรคนที่มีทักษะความชำนาญ กก.ผจก.ใหญ่ บ.ไอบีเอ็ม กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ไอบีเอ็มเป็นองค์กรของความก้าวหน้า ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยที่คิดค้นสร้างสรรค์ให้โลกธุรกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับในปี 2555 นี้ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ครบรอบ 60 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไอบีเอ็มทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยและองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้แก้ไขปัญหาที่ท้าทายและซับซ้อน พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่างๆ ด้วยหลักการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานและค่านิยมของเราในการสร้างความก้าวหน้าให้กับลูกค้า พันธมิตร และตอบแทนให้กับประเทศชาติ จึงได้กำหนดที่จะทำภารกิจใน 3 มิติ เพื่อสร้างธุรกิจ สร้างคน และสร้างเมือง นางพรรณสิรี กล่าวถึงด้านการสร้างธุรกิจว่า ไอบีเอ็ม มุ่งสร้างโซลูชั่นใหม่ๆ มาสู่ตลาด เป็นคู่คิดในการช่วยปฏิรูปการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ในเรื่องของกระบวนการทางธุรกิจ ช่วยลดค่าใช้จ่าย และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวบรวมเอาเทคโนโลยีที่เป็นโซลูชั่นครบ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการทางด้านไอที มาช่วยสร้างคุณค่าให้กับทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยโซลูชั่นทั้งหมดในปีนี้ได้เน้นตอบโจทย์ กระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่องค์กรต่างๆ ต้องพร้อมรับมือ เช่น ภาวะข้อมูลกำลังล้นโลก หรือมีอยู่มากมายจนเกิดกระแสที่เรียกว่า “บิ๊กดาต้า” หรือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ซับซ้อน มาจากหลากหลายแหล่งและไม่มีโครงสร้างตายตัว (Unstructured Data) ข้อมูลดิบมหาศาลหรือบิ๊กดาต้าเหล่านี้ ต้องนำระบบวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ (Business Analytics) มาช่วยให้องค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยระบบวิเคราะห์ข้อมูลจะต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคิดไตร่ตรอง นำมาใช้ตัดสินใจและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ และช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กก.ผจก.ใหญ่ บ.ไอบีเอ็ม กล่าวอีกว่า ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลทุกอย่างหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว โลกของเรามีการเชื่อมต่อทางสังคมมากขึ้น ตอนนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ทุกคนกลายเป็นผู้เผยแพร่คอนเทนต์ ไอบีเอ็ม มองว่า โซเชียลบิสิเนส รวมทั้งโซลูชั่นสมาร์ทเตอร์ คอมเมิร์ซ ที่ได้ออกแบบมาสำหรับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดที่ครบวงจร เพื่อรองรับยุคของผู้บริโภคที่นิยมใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ จะเป็นกลจักรสำคัญที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปธุรกิจ โดยจะช่วยให้ทุกภาคส่วนขององค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากแนวคิดการเชื่อมโยงกันทางสังคมในระบบงานธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ไอบีเอ็มยังได้ขยายตลาดออกไปสู่ภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นไปในจังหวัดกลุ่มที่มีนิคมอุตสาหกรรมในทุกๆ ภาค เพื่อขยายการดูแลลูกค้าให้ได้อย่างใกล้ชิด โดยในปีนีมีแผนขยายไปที่ชลบุรี โคราช ขอนแก่น หาดใหญ่ และประเทศลาวนางพรรณสิรี กล่าวถึงการสร้างคนว่า จะเป็นการสร้างทักษะในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะทักษะทางด้านไอที จากผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีทั่วโลก ชี้ว่า อุตสาหกรรมไอที กำลังต้องการบุคลากรที่มีทักษะทางด้าน การวิเคราะห์ข้อมูล (Business Anayltics) บุคลากรที่มีทักษะด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และบุคลากรที่มีความรู้ด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม ไอบีเอ็มได้ริเริ่มช่วยสร้างบุคลากรเหล่านี้ โดยมีแผนงานที่จะนำเอาทีมผู้บริหารที่เชี่ยวชาญของไอบีเอ็ม มาให้ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องความสำคัญและความต้องการ บุคคลากรที่มีทักษะดังกล่าว โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อร่วมกันพัฒนาและสร้างคนกลุ่มนี้ ในการเตรียมรองรับความต้องการของตลาดดังกล่าว นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นผู้นำมาโดยตลอด เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจที่มองโลกเป็นผืนเดียวกัน เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาผู้นำยุคใหม่ที่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ด้วยแนวทางการพัฒนาผู้นำของไอบีเอ็มกก.ผจก.ใหญ่ บ.ไอบีเอ็ม กล่าวด้วยว่า ในส่วนสุดท้าย ที่เป็นการสร้างเมือง จะเป็นการสร้างความแข็งแรงของเมืองที่มีศักยภาพหลากหลายด้านจะช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ ไอบีเอ็มมีแผนงานจะไปช่วยพัฒนาระบบของเมือง นำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ มาบูรณาการเพิ่มประสิทธิภาพในเมืองใหญ่ เพื่อสร้างโมเดลสมาร์ทเตอร์ซิตี้ ในงานบริการภาครัฐ (Government Service) ด้านความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) ทางด้านการขนส่ง (Transportation) ทางด้านการศึกษา (Education) ทางด้านพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy and Utilities) ทางด้านการสื่อสาร (Telecommunications) และทางด้านการสาธารณสุข (Healthcare) โดยมุ่งไปที่จังหวัดในเขตนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากมีการลงทุนภาคอุตสาหกรรม การเข้ามาช่วยสร้างโมเดลสมาร์ทเตอร์ซิตี้ จะเป็นการช่วยสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เมืองพร้อมรองรับการเติบโต พัฒนาเมืองให้เกิดความแข็งแกร่ง สร้างศักยภาพทางด้านตราสินค้าของเมืองให้เป็นที่จดจำได้.

0ไทยรัฐ วันที่:12/02/16

Advertisements
Tags: ,

“กลุ่มทรู ส่ง TRUEYOU พลิกโฉมการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า  สู่การบริหารความสุขและความผูกพันกับลูกค้าแบบไม่รู้จบ 
ชู 3 ข้อเสนอระดับพรีเมี่ยม ทั้งบริการ ชีวิตคอนเวอร์เจนซ์ และสิทธิประโยชน์…กลุ่มทรู เปิดตัว ทรูยู (TrueYou) ยกระดับการดูแลและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) สู่การสร้างความสุขให้ลูกค้าแบบไม่รู้จบ (CHRM) 
สร้างความแข็งแกร่งในการขยายและรักษาฐานลูกค้า ภายใต้แนวคิด “ความสุข…แบ่งปันกันได้ไม่รู้จบ” นำเสนอ 3 สิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ ใส่ใจดูแลมากกว่าด้วย Premium Service เติมเต็มชีวิตได้มากกว่าด้วย Premium Convergence Lifestyle และรู้ใจมากกว่าด้วย Premium Privilege พร้อมมอบ “ทรูการ์ด” บัตรเดียวที่รวมทุกสิทธิประโยชน์เหนือระดับเอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้ากลุ่มทรู ทั้งทรูเรดการ์ด และทรูแบล็คการ์ด ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 600,000 รายทั่วประเทศ นายเกษม กรณ์เสรี ผู้อำนวยการกลุ่ม ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากที่เปิดตัวทรูยู (TrueYou) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการจัดส่งทรูการ์ด ให้กับลูกค้าของเรา โดยจัดส่งไป 610,000 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นทรูแบล็คการ์ด 60,000 ราย และทรู เรดการ์ด 550,000 รายนั้น ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าของเรา และเพื่อสร้างความสุขแบบไม่รู้จบ

ผอ.กลุ่ม ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บ.ทรู​ฯ กล่าวต่อว่า ทรูยู (TrueYou) จึงรวบรวมสิทธิพิเศษเป็น 3 กลุ่มหลักให้แก่ลูกค้า ประกอบด้วย Premium Service: ใส่ใจและดูแลมากกว่าด้วยบริการสุดพิเศษ อาทิ บริการ Always Connect  ให้ลูกค้าทรูใช้บริการอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดอุปกรณ์สำรองระหว่างซ่อม  Call Back Service บริการโทรกลับหาลูกค้า เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องถือสายรอ  บริการเลขาส่วนตัวตลอด  24 ชั่วโมง เช่น ช่วยจองห้องพักโรงแรมและดูแลกรณีรถเสียฉุกเฉินนายเกษม กล่าวอีกว่า ขณะที่ กลุ่ม Premium Convergence Lifestyle จะให้ลูกค้าเติมเต็มชีวิตได้มากกว่า ด้วยการใช้สินค้าและบริการในกลุ่มทรูอย่างต่อเนื่องและมากขึ้น  พร้อมเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายเป็นคะแนนสะสมแลกสินค้าและบริการในกลุ่มทรูได้ และ Premium Privilege ที่ให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูยู ในการใช้บริการที่ร้านทรู คอฟฟี่ และทรู ช้อป บริการสำรองที่จอดรถสำหรับลูกค้าทรูการ์ด ณ ห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำ ประกันอุบัติเหตุวงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท นาน 1 ปี บริการเครื่องดื่มรับรอง ฟรี ที่สนามบิน 
9 แห่งทั่วประเทศ ส่วนลดจากร้านค้ากว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ผอ.กลุ่ม ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บ.ทรู​ฯ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ทรูยู มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความสุขแบบไม่รู้จบให้กับลูกค้า ซึ่งเราเข้าใจดีว่าความสุขสำหรับลูกค้าแต่ละท่านนั้นแตกต่างกันไป ทรูจึงได้มอบสิทธิพิเศษที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการศึกษาไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง  เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความสุขให้กับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในกลุ่มทรู  รวมทั้งการสร้างความสุขที่มากยิ่งขึ้น และยังสามารถแบ่งปันความสุขให้กับคนที่รักได้ไม่รู้จบไทยรัฐ วันที่:12/03/01

Tags:

รมว.ไอซีที เผยรายชื่อ 4 บริษัทผู้ผลิตแท็บเล็ตจีน พร้อมนัดประชุมคณะกรรมการชุดที่มีนายสุชาติ รมว.ศธ. เป็นประธาน วันที่ 5 มี.ค. ก่อนเคาะบริษัท ส่งเข้า ครม.วันที่ 6 มี.ค.นี้…น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ในวันที่ 5 มี.ค.2555 คณะกรรมการนโยบายแท็ปเล็ต ป.1 ชุดที่มี นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. เป็นประธาน จะนัดประชุมเพื่อเลือกบริษัทผู้ผลิตแท็บเล็ตจากประเทศจีน  ที่ขณะนี้รัฐบาลจีนได้เสนอบริษัทผู้ผลิตที่สามารถผลิตได้ตามสเปกที่กำหนด 4 บริษัท คือ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี บริษัท ทีซีแอล บริษัท ไฮเออร์ และบริษัท สโคป  รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า ในวันที่ 3-4 มี.ค.2555 คณะอนุกรรมการที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องสเปกแท็บเล็ต จะเดินทางไปประเทศจีน เพื่อศึกษารายละเอียดของทั้ง 4 บริษัทก่อนจะนำเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่ เป็นผู้พิจารณา โดยคาดว่าจะเลือกบริษัทผู้ผลิตเพียงรายเดียว เพื่อสามารถต่อรองราคาต่อเครื่องให้ต่ำลงได้อีกจากที่กำหนดไว้เบื้องต้น 3,100 บาท หรือ ไม่เกิน 3,400 บาท ต่อเครื่อง หลังจากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณาอนุมัติวันที่ 6 มี.ค.2555น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า โครงการแท็ปเล็ต ป.1 ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสมาร์ทไทยแลนด์ ที่เน้นกระจายการใช้งานทั้งเรื่องอุปกรณ์ และโครงข่ายให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศอย่างเท่าเทียมภายในปี 2558 มุ่งลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีให้เหลือ 3% ของรายได้ประชากร จากปัจจุบันอยู่ในอัตรา 6.5% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซียมีค่าใช้จ่ายด้านนี้เพียง 1% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยเพิ่มจีดีพีของประเทศได้มากขึ้น จากผลการวิจัยของบริษัทระดับโลกชี้ให้เห็นชัดเจนว่า  ทุกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย หรือ บรอดแบนด์ 10% จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี 1.38% ซึ่งรัฐบาลต้องลดการลงทุนซ้ำซ้อนด้านโครงข่าย รวมทั้งจะสามารถทำให้อันดับการน่าลงทุนด้านไอซีทีของไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 34 ภายในปี 2558 หรืออีก 3 ปี ข้างหน้า หลังจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อันดับไอซีทีของไทยลดลงจากอันดับที่ 37 ลงไปอยู่อันดับที่ 49 และ 59 เมื่อปีที่ผ่านมา สวนทางกับประเทศเวียดนามที่อันดับขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 37 แทนประเทศไทยสำหรับสเปกที่รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้รัฐบาลจีนจัดหาผู้ผลิตยังคงเป็นสเปกเดิม คือ หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว หน่วยบันทึกข้อมูล 16 กิกะไบต์ หน่วยประมวลผลกลาง หรือ ซีพียู แบบดูอัลคอร์ ไม่ต่ำกว่า 1 กิกะเฮิรตซ์ และหน่วยความจำหลักไม่น้อยกว่า 512 เมกะไบต์ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.2 (Honeycomb ) และรองรับ แอนดรอยด์ 4.0 (Ice Cream Sandwich) ได้.

0ไทยรัฐ วันที่:12/03/04

Tags: