Mainboard

Archive for August 2012

ตะลึง! ไทย ร่วงอันดับโลกด้านความพร้อมเทคโนโลยีและการใช้งาน รั้งอันดับ 57 จากเดิมอยู่ที่ 49  พบกว่า 15 ล้านครัวเรือนยังขาดแคลนอุปกรณ์ไอที ขณะที่ อนุฯคุ้มครองโทรคมนาคมระบุ USO ต้องเน้นการมีส่วนร่วม…เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และกลุ่มภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. จัดการประชุม แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสังคมกับการมีส่วนร่วมของกลุ่ม/เครือข่ายชนเผ่า คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม นายศรีสะเกษ สมาน อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้เพื่อระดมความคิดเห็นจากกลุ่มเครือข่าย เช่น กลุ่มชนเผ่า คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน เพื่อลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการและเทคโนโลยี ทั้งนี้ ในร่างแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมฉบับนี้ ได้เสนอแนวทางในการปรับเปลี่ยนวิธีการในการระดมทุนจากผู้ให้บริการ จากเดิมที่ใช้วิธีให้ผู้ให้บริการเลือกได้ระหว่างการยื่นแผนการดำเนินงานต่อ กสทช. กับการให้ผู้ให้บริการต้องจัดสรรเงินร้อยละ 4 ของรายได้ ซึ่งตามแผนการจัดการฯ เดิมนั้นมีเงินกองทุนฯ ทั้งสิ้น 2,929 ล้านบาท แต่ร่างแผนการจัดการฯ ฉบับนี้เปลี่ยนจากวิธีการ ทำหรือจ่าย เป็นวิธีการประมูล อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า วิธีการนี้เป็นการระดมทุนมาไว้ที่กองกลางทั้งหมดก่อน คือ สำนักการบริการอย่างทั่วถึง (USO) สำนักงาน กสทช. จากนั้นจึงเปิดให้มีการประมูลในส่วนของการพัฒนาโครงข่าย โดยผู้ที่ประมูลราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ได้ทำโครงการเพื่อขยายโครงข่ายการเข้าถึงบริการตามแผนงานของ USO อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้อาจดีในแง่ของการปรับปรุงพัฒนาโครงข่ายในด้านการเข้าถึง แต่งานของ USO ควรรวมถึงการศึกษาวิจัยด้านเทคโนโลยีและบริการ เพื่อตอบสนองกลุ่มคนด้อยโอกาส เช่น คนพิการทางสายตา และการเคลื่อนไหว หรือผู้สูงอายุก็ตาม นอกจากนี้ ยังควรรวมถึงการพัฒนาศักยภาพ ภายใต้การมีส่วนร่วมของกลุ่มเครือข่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากขึ้น คือความร่วมมือทั้งส่วนผู้ให้บริการ USO และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ เพื่ออุดช่องว่างและทำให้การทำงานเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ป้องกันปัญหาเช่นที่ผ่านมา การทำโครงการแจกบัตรโทรศัพท์ แต่ไม่มีเครื่องรองรับจึงไม่เกิดประโยชน์กับคนด้อยโอกาส ควรเปลี่ยนแนวคิดจากการให้อย่างเดียวเป็นการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพนายจิรศิลป์ จรรยากุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ มจธ. กล่าวว่า การเน้นเรื่องการพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าไปในพื้นที่ชนบทมากเกินไปเท่ากับประชาชนต้องรับภาระในการจ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ ขณะที่โทรศัพท์พื้นฐานมีราคาถูกกว่า ดังนั้นจึงควรใช้ระบบไวเลสมาช่วยแทนการลากสายเข้าบ้าน ก็จะทำให้สามารถใช้โทรศัพท์พื้นฐานได้มากขึ้น แทนที่จะต้องขยายโครงข่ายเพียงอย่างเดียว และหากเข้าสู่ระบบ 3G ก็จะยิ่งทำให้ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ USO สำนักงาน กสทช. ระบุว่า สถานการณ์ในการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนว่า จากสถิติจำนวนครัวเรือนที่มีอุปกรณ์ไอซีทีทั่วราชอาณาจักร ปี 2553 พบว่า ยังมีครัวเรือนอีกร้อยละ 78  หรือจำนวน 15,158,000 ครัวเรือน จาก 19,644,00 ครัวเรือนที่ยังไม่มีอุปกรณ์ไอซีที และสถิติจำนวนครัวเรือนที่มีอุปกรณ์ไอซีที ในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2553 พบว่า ในกรุงเทพฯ จำนวนครัวเรือนที่ยังไม่มีอุปกรณ์ไอซีที อยู่ร้อยละ 55 หรือ 1,109,00 ครัวเรือนจาก 2,020,000 ครัวเรือน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนครัวเรือนที่ยังไม่มีอุปกรณ์ไอซีที อยู่ร้อยละ 87  อีกทั้ง จากการเปรียบเทียบดัชนีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปี 2009-2010 และปี 2010-2011 ของเวิลด์อีโคโนมิก ฟอรั่ม (World Economic Forum) พบว่า ประเทศไทยตกอันดับจากอันดับที่ 47 ลงมาอยู่ที่อันดับที่ 59 เป็นรองประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ส่วนดัชนีชี้วัดความพร้อมในการใช้งานไอซีที ประเทศไทยตกมาอยู่ที่อันดับที่ 75 ตามหลัง เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน มาเลเซีย และเวียดนามมีรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 27 ม.ค.นี้ จะจัดประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่อแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสังคม ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถ.วิภาวดีรังสิต ก่อนนำเสนอแผนให้ กสทช. พิจารณาต่อไป

0ไทยรัฐ วันที่:12/01/27

Advertisements
Tags: ,

แซส ฉลองครบรอบ 35 ปี  ฐานะผู้สร้างนวัตกรรมด้านการวิเคราะห์ เป็น บริษัท ซอฟต์แวร์เอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลกฉลองครบรอบ 35 ปีของการเติบโตรายได้ ลูกค้า และพนักงาน อย่างต่อเนื่อง…จากจุดเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ณ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ท แคโรไลนา เมื่อปี พ.ศ.2519 จนมีเนื้อที่ 900 เอเคอร์ (ประมาณ 2,276 ไร่) และมีสำนักงานมากกว่า 400 แห่งทั่วโลก  ขณะนี้บริษัท แซส เป็นผู้นำในตลาดซอฟต์แวร์ และบริการด้านการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ ได้มีอายุครบ 35 ปีแล้ว จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เชิงลึกของบริษัท แซส ได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนโลกด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร อาทิ การคุ้มครองสิ่งมีชีวิตที่ใกล้จะสูญพันธุ์  เช่น แรดขาว หมีขั้วโลก วาฬ และเสือเบงกอล การระบุภัยคุกคามจากอาวุธชีวภาพที่อาจจะเกิดขึ้น การลดความยากจนและความหิวโหย การเร่งความเร็วในการค้นพบยารักษาโรค เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ การเพิ่มอัตราการอยู่รอดของมะเร็งในวัยเด็ก การต่อสู้กับโรคเอดส์/เอชไอวี โรคมาลาเรีย และโรคอื่นๆ รวมทั้งการลดอัตราการตายของเด็กนายจิม กูดไนท์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ บริษัท แซส กล่าวว่า ลูกค้า 100 รายแรกของเรายังคงเป็นลูกค้าของเราอยู่ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งด้านความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นมาและคุณค่าในซอฟต์แวร์ที่เราให้  ไม่เพียงแต่เรามีฐานลูกค้าที่เข้มแข็งและเหนียวแน่นเท่านั้น เรายังมีพนักงานที่มีอัตราการลาออกต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการย้ำเน้นให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพ และความยั่งยืนที่คุณสามารถให้ความเชื่อมั่น และคาดหวังจากเราได้ ตลอดระยะ 35 ปีที่ผ่านมา เราได้เฝ้าดู รับฟัง และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ตลอดจนปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดอยู่ตลอดเวลา และเราได้เดินหน้านำเสนอซอฟต์แวร์การวิเคราะห์เชิงนวัตกรรมที่เชื่อถือได้ ที่จะเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ทรงประสิทธิภาพ เราเติบโตขึ้นตามการขยายตัวของข้อมูลและเราได้จัดเตรียมการวิเคราะห์ที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านั้นมีมูลค่ามากยิ่งขึ้นซีอีโอ บ.แซส กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจล้วนได้รับประโยชน์จาก SAS Business Analytics Framework ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะจากเรา ที่ผ่านมาบริษัท แซส ตระหนักดีว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องแม่นยำ มีความหมาย และมีข้อมูลสนับสนุนที่ดีนั้น ไม่เพียงแต่ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียวและจัดการข้อมูลเหล่า นั้นเพื่อให้บริษัทสามารถตอบคำถาม “เกิดอะไรขึ้น” ได้เท่านั้น แต่องค์ประกอบสำคัญที่สุด คือ การดึงมูลค่าที่แท้จริงออกมาจากข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้สามารถตอบคำถาม “เหตุใด อย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป” ให้ได้ โดยจะช่วยให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถระบุ และได้รับโอกาสใหม่ๆ ตลอดจนแซงหน้าคู่แข่งอยู่เสมอได้ บริษัท แซส เป็นบริษัทเดียวที่ให้ความสำคัญและมุ่งมั่น ที่จะนำเสนอการวิเคราะห์สำหรับ องค์กรเพื่อแก้ไขปัญหา และระบุโอกาสมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 35 ปีบริษัทต่างๆ เช่น บริสตอล-ไมเยอร์ส สควิบบ์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ นอร์ธเทิร์นทรัสต์ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทัพสหรัฐอเมริกา และเวอริซอน เป็นลูกค้าเพียงไม่กี่รายที่ยืนหยัดเคียงข้างเรามาอย่างยาวนานที่สุด และ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยังมีบริษัทต่างๆ เข้ามาเป็นลูกค้าของเราด้วย เช่น 1-800-FLOWERS.COM เอชเอสบีซี ธนาคารแห่งอเมริกา โรงพยาบาลสตรีบริงแฮม แอสตราซีเนกา ซับซีโร่ ดับบลิว แอล กอร์ คราฟท์ อเมริกัน ฮอนด้า สแตปเปิลส์ และหน่วยสำรวจสำมะโนครัว สหรัฐอเมริกา รวมถึงองค์กรธุรกิจมากกว่า 50,000 รายในส่วนต่างๆ ของโลก ก็ได้กลายมาเป็นลูกค้าของบริษัท แซส แล้วเช่นกันด้าน นายจอห์น ซอลล์  ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานฝ่ายบริหาร บริษัท แซส กล่าวว่า เมื่อคิดย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2519 ผมยังจดจำทุกสิ่งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่โรงเรียนการเกษตรของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนอร์ท แคโรไลนา ที่พวกเขาวางใจให้เราช่วยวิเคราะห์งานวิจัยให้ งานประชุมสำหรับผู้ใช้ที่เราจัดขึ้นในครั้งแรกเมื่อปี 2519 นั้น มีจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 300 คน แต่การประชุมกลุ่มผู้ใช้ทั่วโลกในปัจจุบันของเราสามารถดึงดูดผู้คนได้นับพัน รายในแต่ละปี น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ได้พบว่าเรามีการเติบโตมากเพียงใดจากอดีตที่ผ่านมา และน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่าราสามารถก้าวไปได้ไกลเพียงใด ไม่เพียงแต่เราจะได้รับเกียรติยกย่องให้เป็นบริษัทอันดับที่ 1 จาก 100 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ของนิตยสารฟอร์จูนเป็น เวลาสองปีติดต่อกัน แต่เรายังมีสำนักงานระหว่างประเทศจำนวนมากที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ ที่น่าทำงานด้วยอย่างยิ่ง ด้วยพลังเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่เรามี  เรากำลังอยู่ ณ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ที่เราสามารถนำเสนอให้กับตลาด

ส่วน นายทวีศักดิ์ แสงทอง  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการครบรอบ 35 ปี ของแซส ว่า การเติบโตอย่างต่อเนื่องของแซสตลอดระยะเวลา 35 ปี ทำให้แซสเป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะผู้นำนวัตกรรมด้านการวิเคราะห์  สำหรับประเทศไทย โซลูชั่นของแซส ได้รับการยอมรับและนำไปใช้งานในองค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรมต่างๆ กว่า 100 บริษัท แซส ให้ความสำคัญกับตลาดหลายแห่งที่มีอัตราการเติบโตสูงในด้านโซลูชั่นการจัดการองค์กร ได้แก่ ตลาดการบริการทางการเงินและการธนาคาร การประกันภัย โทรคมนาคม ภาครัฐและโรงงานอุตสาหกรรม ภาครัฐ และโทรคมนาคม  ปัจจุบันแซส ประเทศไทย มีลูกค้าชั้นนำมากมาย อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่เลือกใช้โซลูชั่นของแซสพัฒนาระบบป้องกันการฟอกเงิน พร้อมทั้งโปรแกรมเครดิต สกอร์ริ่ง รวมถึงบริษัทซิกน่า ประกันภัย เลือกใช้โปรแกรมระบบการวิเคราะห์ข้อมูลสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น กลุ่มบริษัทแอกซ่าวางใจเลือกใช้โซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ประกอบการกำหนดราคา และการปฏิบัติตามกฎหมาย.ไทยรัฐ วันที่:12/01/22

Tags:

Gravity ประกาศ Ragnarok Online 2 เตรียมเปิดโอเพ่นเบต้า ในประเทศเกาหลี ในวันที่ 22 ก.พ. 55 ปรับโฉมสู่ 3D แต่คงเสน่ห์ของความเป็นแร็กนาร็อก… Ragnarok Online (แร็กนาร็อก ออนไลน์) เกมออนไลน์ระดับตำนาน ที่ใครหลายๆ คนรู้จักชื่อกันดี หลายปีที่ผ่านมาบรรดาสาวกทั้งหลายคงเคยได้ยินเกี่ยวกับข่าวของ Ragnarok Online 2 ซึ่งเป็นภาคใหม่ ล่าสุด Gravity ออกมาประกาศแน่นอนแล้วว่า จะทำการโอเพ่นเบต้าในประเทศเกาหลี ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555

สำหรับภาคใหม่ของเกมแร็กนาร็อกนั้น เป็นการพัฒนาและปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ ตัวเกมแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการเล่น และระบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด จากที่เป็น 2D สู่การพัฒนาให้เป็น 3D แต่ยังคงเสน่ห์ของความเป็นแร็กนาร็อกและนำมาผสมผสานกับภาคนี้ได้อย่างลง โดย ตัวเกมมีอาชีพ 5 อาชีพ ได้แก่ Swordsmanm, Archer, Thief, Acolyte และ Magician นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นของเกมคือ ระบบสัตว์เลี้ยง ระบบ Dual-Life และระบบ Card ส่วนในไทยคาดว่าจะเปิดในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอนทั้งนี้ เกมแร็กนาร็อก เป็นเกมออนไลน์ที่ให้บริการใน 76 ประเทศทั่วโลก และมียอดผู้เล่นมากกว่า 50 ล้านคน  สำหรับในประเทศไทยนั้นคงต้องรอสำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้จากเว็บไซต์เซิร์ฟเวอร์เกาหลีได้ที่ http://ro2.game.gnjoy.com http://www.youtube.com/watch?v=68N9qaYhzGk&feature=relatedไทยรัฐ วันที่:12/01/31

Tags: